Home แนวคิดชีวิต จงขอบคุณ “คำดูถูก” แล้วตอบกลับด้วยความสำเร็จ

จงขอบคุณ “คำดูถูก” แล้วตอบกลับด้วยความสำเร็จ

สวัสดีแฟนข่าว”อุ้ยนิวส์”ทุกท่าน วันนี้เรามีบทความดีๆมานำเสนอ เพิ่มพลังด่านบวกให้กับชีวิต อ่านแล้วรู้สึกดี

เวลาที่ถูกเหยียดหยาม โดนดูถูก โดนปรามาส ถูกมองข้ามอย่างไร้ตัวตนต่างๆนานา

ให้เข้าใจไว้ว่าท้ังหมดเป็นเรื่องธรรมชาติที่แสนจะปรกติธรรมดา
อย่าไปรู้สึกรู้สาอะไรให้เปลืองเวลาและหัวใจ

คนโง่เท่านั้นที่จะซ้ำเติมตัวเองด้วยการเอาเรื่องราวดังกล่าวเหล่านั้นมาบั่นเฉือนตัดทอนกำลังใจตัวเองให้แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

เหมือนเอาขยะมาคลุกเคล้าพลอยทำให้เน่าเหม็นสกปรกเปรอะเปื้อน

ผมมีวิธีจัดการอย่างคนฉลาดเค้าทำกัน
เราสามารถแปรเปลี่ยนเรื่องแย่ๆ ห่วยๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนผลักดันให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้สบายๆ

ให้คิดง่ายๆ เหมือนเวลาคุณโกยขยะสกปรกที่ไร้ประโยชน์มากมายเข้าสู่เตาเผา
สุมไฟให้แรงเข้าไว้ คุณก็จะได้เป็นพลังงานมหาศาลยังไงยังงั้น

ทีนี้จะเอาไปใช้ทำอะไรที่เกิดประโยชน์ก็ทำไป…ง่ายมั้ย

ในชีวิตของเรา ในสังคมที่เราอาศัยอยู่ มันเป็นเรื่องธรรมดานะครับ ที่ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเราอาจจะต้องพบเจอกับคนบางคนที่มีนิสัยที่ชอบดูถูกคนอื่น ชอบค่อนขอดคนอื่น ทั้งๆ ที่หากพิจารณาดู เราจะพบว่า == คนที่ชอบดูถูกคนอื่นคนนั้น มีความสามารถ และสติปัญญาด้อยกว่าคนที่เขาไปดูถูกเสียอีก

ที่คนด้อยสติปัญญาเหล่านี้ ชอบดูถูกคนอื่นก็เพราะว่า

1) คนเหล่านี้เป็นคนที่เอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง

มองคนที่คิดต่างจากเขาเป็นคนโง่ไปเสียทั้งหมด และมักจะให้ราคากับคนสอพลอที่เออออกับเขาโดยไม่ได้คิดไม่ได้ไตร่ตรองอะไร เลยทำให้เขาหลงลำพอง ยึดมั่นถือมั่นกับชุดความคิดบิดเบี้ยว โดยที่ไม่เฉลียวใจว่าตนเองต่างหากที่เป็นคนที่เข้าใจผิดๆ มาโดยตลอด  การมั่นใจในสิ่งผิดๆ เป็นระยะเวลาอันยาวนาน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนเมา มันก็ทำให้หลงตัวเอง เผลอทะนงคิดว่าตนเองเป็นคนฉลาด ได้อยู่เหมือนกันนะครับ

2) คนเหล่านี้เป็นคนที่ไม่ยอมเปิดรับมุมมองอะไรใหม่ๆ

ไม่ชอบเรียนรู้อะไรด้วยตนเอง ยึดมั่นถือมั่นกับชุดความรู้ที่เคยเรียนมาเมื่อนานมาแล้ว ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ที่เคยทำให้ตนเองประสบความสำเร็จในอดีต คือ ชุดความรู้เดิมๆ มันไม่ใช่ว่าผิดหรอกนะครับ มันอาจจะถูก แต่มันถูกในอดีต แต่มันไม่ถูกอีกต่อไปแล้วในปัจจุบัน และมันอาจจะยิ่งผิดมากขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับอนาคต ถ้าเราเป็นคนที่ยึดติดกับความรู้เดิมๆ ความสำเร็จเก่าๆ แบบลืมหูลืมตา จนตามโลกใบนี้ไม่ทัน เวลาที่เราฟังแนวคิดอะไรใหม่ๆ ที่เราไม่เข้าใจ เราก็อาจด่วนพิพากษาว่าคนที่พูดเสนอแนวคิดใหม่ๆ นั้นเป็นคนโง่ เขากำลังพูดเรื่องโง่ๆ อยู่ก็ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว สิ่งที่เขากำลังพูดอยู่ มันเป็นความรู้ที่ทันสมัยกว่าสิ่งที่เรารู้ เพียงแต่เราไม่มีสติปัญญาที่มากพอที่จะฟังสิ่งที่เขาพูดได้เข้าใจ ก็เท่านั้นเอง

3) คนเหล่านี้เป็นคนที่มีเงิน เข้าถึงทรัพยากร และมีเครือข่ายอุปถัมภ์ที่มากกว่าคนอื่นๆ

สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เขาประสบความสำเร็จขึ้นมา ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มีความรู้ หรือความสามารถอะไรมากนัก จริงๆ แล้วถ้าเขามีความรู้และความสามารถมากสักหน่อย ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมันอาจจะมากกว่าความสำเร็จที่เขามีอยู่ในมือตอนนี้ก็ได้ ความได้เปรียบทางสังคมของเขานี่เอง เป็นปัจจัยที่ทำให้เขาหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเป็นคนฉลาดเหนือใครไงล่ะครับ

การคิดเสียว่า คนที่ชอบดูถูกคนอื่น เป็นพวกที่ไร้สติปัญญา ไม่มีสมอง มันก็พอที่จะปลอบใจตัวเองได้บ้างครับ แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่เป็นรูปธรรมเลย กับการที่พอเราถูกเขาดูถูกมา ถูกเขาหัวเราะเยาะมา เราก็แอบด่าเขากลับเพื่อให้ตัวเองสบายใจไปวันๆ โอเค! มันทำให้เราสบายใจขึ้น แต่ว่ามันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นรึเปล่า ก็เปล่าใช่ไหมครับ

ผมว่าบางทีคนที่มีความสามารถ และสติปัญญาที่ดีกว่า ก็สมควรนะครับ ที่จะถูกคนที่ด้อยกว่าดูถูก หรือหัวเราะเยาะ เราลองมาดูรูปที่ผมเอามาประกอบบทความนี้ สิครับ

1) คนที่ฉลาด และเก่งจริงๆ จะไปใส่ใจกับคำค่อนขอด คำดูถูก หรือเสียงหัวเราะเยาะของคนที่ด้อยสติปัญญาทำไมกันครับ  ถ้าคุณแคร์พฤติกรรมแย่ๆ ของคนเหล่านี้ นั่นไม่เท่ากับว่าคุณยอมรับว่าตัวเองเป็นคนห่วยอย่างที่เขาดูถูกกันหรอกหรือครับ คนที่มีความสามารถที่แท้จริง ต้องพิจารณาได้ครับว่า อะไรเป็นความคิดต่างที่มีคุณค่า และเราควรจะต้องฉุกคิดรับฟัง อะไรเป็นคำค่อนขอดที่เราไม่ควรไปให้ราคา อะไรเป็นความคิดเห็นสนับสนุนที่เราสามารถนำไปขยายผลในสิ่งที่เราทำให้มันยิ่งใหญ่ขึ้นได้ และอะไรเป็นแค่การประจบสอพลอที่เปล่าประโยชน์ ที่เราควรจะลืมให้เร็วที่สุด

ถ้าคุณปล่อยให้คุณค่าของตัวคุณเองลดลง เพียงเพราะไปใส่ใจกับคำพูดดูถูกของคนที่ด้อยสติปัญญา คุณก็สมควรที่จะถูกดูถูกแล้วล่ะครับ

2) คนที่ฉลาด และเก่งจริงๆ ใครที่ไหน เขานั่งเฉยๆ ให้คนอื่นเขาเยาะเย้ยตามรูปที่ผมเอามาประกอบครับ คนที่เก่ง และมีความสามารถจริง เขาต้องลุกขึ้นมาลงมือทำ ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตนเองคิดดีแล้วว่ามันถูกต้องอย่างสุดความสามารถ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พร้อมที่จะทุ่มเทแรงกาย แรงใจทั้งหมดในการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง แบบไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ไม่มีรถ ก็วิ่ง วิ่งไม่ได้ก็เดิน เดินไม่ได้ก็คลาน  ผมรู้ครับว่ามันเหนื่อย และบางครั้งเวลาที่เราเปรียบเทียบกับคนด้อยสติปัญญาบางคนที่มีเงินมากกว่าเรา รู้จักคนมากกว่าเรา อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบเราทุกอย่าง เราอาจจะท้อบ้าง รู้สึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองบ้าง ว่าทำไมเราถึงไม่มีเงิน ไม่มีใครมาช่วยมากมายแบบคนๆ นั้น คือ คุณท้อได้ครับ น้อยใจได้ครับ แต่ต้องลืมมันให้เร็วที่สุดให้ได้ แล้วมาลุยสู้ต่อ

ถ้าคุณเป็นคนที่คิดน้อยใจ แล้วท้อแท้ยอมแพ้ เลิดล้มความตั่งใจ นั่นก็แสดงว่าคุณเป็นคนที่สมควรให้คนอื่นดูถูกจริงๆ นั่นแหละครับ คนที่จะได้รับการยอมรับว่าเก่งจริง จะต้องเป็นคนที่เก่งที่จะเอาชนะอุปสรรค เก่งที่จะอดทนต่อสู้ไม่ยอมแพ้ เก่งที่จะเผชิญหน้ากับข้อจำกัดทุกอย่างครับ ไม่มีอะไรที่จะหยุดให้เขาไม่ลงมือทำได้ครับ

ขอขอบพระคุณแหล่งที่มา

  • มองอีกทิศ คิดอีกมุม
Advertisements
Loading...